วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2552

เจ็บแต่ยังหายใจ




กับสิ่งที่เธอไม่บอก กับสิ่งที่ฉันนั้นคอยถาม
กับความสัมพันธ์ของเราที่เหมือนไม่ไปไหน
จะหยุดที่ตรงรักกัน จะจบที่ตรงไม่เหลือใคร
คำเดียวที่ฉันได้ คือคำว่าเรา ค่อยๆ ดูๆ กันไป

อย่างกับหนังสือที่มองไม่เห็นตัวอักษร
เปิดดูละครก็มองไม่เห็นภาพที่ฉายมา
เปิดเพลงฟังไม่มีคำร้อง ไม่มีทำนอง ที่ก้องมา
คล้ายๆ เหมือนๆ กับใจของเธอ

มันเจ็บแต่ยังหายใจ ยังต้องใช่ชีวิตอยู่คู่กับรักเธอ
ที่เหมือนความว่างเปล่าที่ต้องพบเจอ
ที่เธอเองไม่เคยชี้ทาง ให้ฉันเลย
จะเจ็บแต่ยังหายใจ สำหรับฉันถึงต้องรอสักแค่ไหน
ตลอดชีวิตของฉันพอไหม หรือไม่มีค่าพอ ให้รอเพื่อรักเธอ

เธออาจพบคนมากมาย ก็เลยไม่คิดจะเลือกใคร
หนึ่งคนที่เธอมั่นใจ จะพูดคำว่ารัก
จะอยู่ที่เดิมที่เก่า ถ้าเธอยังไม่ตัดสินใจ
จะรอเธอเรื่อยไป สักวันที่ฉันนั้นจะได้พบคำตอบ

อย่างกับหนังสือที่มองไม่เห็นตัวอักษร
เปิดดูละครก็มองไม่เห็นภาพที่ฉายมา
เปิดเพลงฟังไม่มีคำร้อง ไม่มีทำนอง ที่ก้องมา
คล้ายๆ เหมือนๆ กับใจของเธอ

มันเจ็บแต่ยังหายใจ ยังต้องใช่ชีวิตอยู่คู่กับรักเธอ
ที่เหมือนความว่างเปล่าที่ต้องพบเจอ
ที่เธอเองไม่เคยชี้ทาง ให้ฉันเลย
จะเจ็บแต่ยังหายใจ สำหรับฉันถึงต้องรอสักแค่ไหน
ตลอดชีวิตของฉันพอไหม หรือไม่มีค่าพอ ให้รอเพื่อรักเธอ

มันเจ็บแต่ยังหายใจ ยังต้องใช่ชีวิตอยู่คู่กับรักเธอ
ที่เหมือนความว่างเปล่าที่ต้องพบเจอ
ที่เธอเองไม่เคยชี้ทาง ให้ฉันเลย
จะเจ็บแต่ยังหายใจ สำหรับฉันถึงต้องรอสักแค่ไหน
ตลอดชีวิตของฉันพอไหม หรือไม่มีค่าพอ ให้รอเพื่อรักเธอ

ตลอดชีวิตของฉันพอไหม ถ้าฉันยังจะรอ ให้เธอนั้นรักกัน

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552

whitevalentineรักแรกของหัวใจ



เนื้อเรื่องเริ่มมาจาก ‘ไวท์’ เด็กนักเรียนชั้น ม.6 ผู้โชคร้ายสุดๆ เธออาศัยอยู่กับตายายและพี่ชาย
แม่ของเธอติดการพนันและหนีไปโดยทิ้งหนี้สินมากมายเอาไว้ ไวท์จึงพยายามแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายทางบ้านโดยการตั้งใจเรียนเพื่อให้ได้ทุนการศึกษาทุกเทอม แต่แล้วในเทอมสุดท้ายของ ม.6 เธอก็พลาดทุน
ประกอบกับความสิ้นหวังในชีวิตสุดแสนซวยของเธอ เธอจึงคิดที่จะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย

ตอนที่เธอกำลังจะกระโดดลงไปนั้นเอง ก็มีผู้ชายคนหนึ่งมาห้ามเธอไว้ โดยบอกว่าเขาเป็นคนเก็บชีวิตที่เธอกำลังจะทิ้งไปได้ ดังนั้นชีวิตเธออีกหกเดือนนับจากนี้จึงกลายเป็นของเขา
เขาคือพระเจ้าของเธอ ผู้ชายคนนั้นชื่อ ‘วา’

ตั้งแต่นั้นมา หลังจากโรงเรียนของไวท์เลิก วาจะมาหาไวท์และหาเรื่องสนุกๆ ทำกัน เช่น ไปกินไอศกรีม ไปดูหนัง ไปกินพิซซ่า ฯลฯ แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดวาเป็นคนออก ไวท์จากที่แรกๆ ก็ไม่ค่อยชอบใจนักกับความเจ้ากี้เจ้าการของวา แต่พอได้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยเข้า เธอก็เริ่มชอบเขา ทั้งคู่จึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน
วันหนึ่งมีเจ้าหนี้มาทวงเงินสี่แสนที่บ้านของไวท์ วิว พี่ชายของไวท์จึงเอาบ้านไปจำนองที่ธนาคาร วามาอยู่เป็นเพื่อนไวท์ตอนที่พี่ชายไปเอาเงิน แต่พวกเจ้าหนี้ก็มาถึงเสียก่อน พวกเขาจะทำร้ายไวท์ แต่วาเอาตัวมารับทั้งที่เขาไม่สามารถมีแผลตามร่างกายได้ และนั่นก็ทำให้ไวท์เริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างกับวา ซึ่งวาเองก็รู้สึกกับไวท์ไม่ต่างกัน

มันจะมีขายไหมเนี้ยตอนเนี้ย

สงสัยต้องรองานมหกรรมหนังสือปีหน้า T T

whiterose


มี…..หลายตำนานเล่าถึงการเกิดกุหลาบสีขาวและกุหลาบสีแดงไว้แตกต่างกัน ตำนานหนึ่งเล่าว่า กุหลาบขาว เกิดขึ้นก่อน กุหลาบแดง เดิมทีมีนกไนติงเกลตัวหนึ่งมาหลงรักเจ้าดอกกุหลาบขาวแสนสวย ขณะที่มันกำลังจะโอบกอดดอกกุหลาบด้วยความรักนั้นเอง หนามกุหลาบก็ทิ่มแทงที่หน้าอกของมันหยดเลือดของเจ้านกไนติงเกลเลยทำให้ดอกกุหลาบสีขาวกลายเป็นสีแดง เลยมีดอกกุหลาบสีแดงนับแต่นั้นเป็นต้นมา ส่วนอีกตำนานหนึ่งก็เล่าว่ากุหลาบสีแดงใน สวนอีเดน เกิดจาการจุมพิตของ อีฟ เจ้าดอกกุหลาบขาวที่หญิงสาวจุมพิต เลยเกิดอาการขวยเขินจึงเปลี่ยนเป็นสีแดง นอกจากนี้ ความหมายของความรักในศาสนาคริสต์ ถือว่ากุหลาบสีขาวแทนความบริสุทธิ์ของ พระแม่มาเรีย และกุหลาบสีแดงเกิดจากหยาดพระโลหิตของ พระเยซูเจ้า เมื่อถูกสวมมงกุฎหนาม มันจึงเป็นสัญลักษณ์ของผู้ประกาศศาสนาที่พลีชีพเพื่อพระผู้เป็นเจ้า

Forget menot


เคยได้รู้มาว่า ดอกไม้ที่เหมาะสำหรับคู่รักมีความหมายดีๆ อยู่มากมาย ดอก FORGET-ME-NOT ก็เช่นกัน ไม่ใช่แค่ชื่อที่แปลว่า อย่าลืมฉัน เท่านั้น แต่ประวัติที่ไปค้นหามาก็น่าสนใจ และโรแมนติกเช่นกัน

ดอก FORGET-ME-NOT หมายถึง รักแท้ ความทรงจำแห่งความรัก
เรื่องเล่าเก่าแก่ต้นกำเนิดของดอก FORGET-ME-NOT กาลครั้งหนึ่งอัศวินหนุ่มในชุดเกราะกำลังเดินเล่นที่ริมลำธารกับหญิงสาวของเขา สาวเจ้าเห็นดอกไม้ที่ริมตลิ่งชูช่อสวยงามอยู่ก็เกิดอยากได้ขึ้นมา และขอให้อัศวินหนุ่มเก็บให้ ขณะที่เขาเอื้อมมื้อคว้าดอกไม้ช่อสวยนั้นไว้ได้ เกิดเสียหลักลื่นตกลงไปในธารน้ำนั้น ชุดเกราะที่หนักหน่วงถ่วงให้เขาไม่สามารถจะว่ายน้ำได้ เขาได้โยนดอกไม้นั้นให้แก่เธอพร้อมกับตะโกนว่า FORGET-ME-NOT และจมหายไป หญิงสาวผู้นั้นไม่เคยลืมเขาเลย และคงเรียกดอกไม้นั้นว่า FORGET-ME-NOT ไปตลอด

จะเห็นได้ว่าสัญลักษณ์ของการแต่งงาน เครื่องเรือน สิ่งที่เป็นคู่กัน ของตกแต่ง จะมี ดอก FORGET-ME-NOT เข้ามาด้วยเสมอ เพื่อบอกเป็นความนัยว่า อย่าลืมฉัน

ถ้ามีใครสักคนที่มอบดอกไม้นี้ให้กับคุณในวันสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นวันวาเลนไทน์ วันเกิด วันครบรอบแต่งงาน โปรดรู้ไว้เลยว่าเค้าไม่อยากให้ความทรงจำที่คุณมีเค้าอยู่ หายไปจากคุณเลย